พระพุทธประวัติ
posted on 18 Dec 2007 04:01 by dhammaworld in buddha
พระพุทธประวัติ
พระพุทธบิดาและพระพุทธมารดา ในพิธีอภิเษกสมรส
เจ้าชายสุทโธทนะ และเจ้าหญิงมหามายา เข้าสู่พิธีอภิเษกสมรส ณ อโศกอุทยาน
พระนางมหามายาทรงพระสุบินว่า ลูกช้างเผือกเข้าไปสู่พระครรภ์ของพระนาง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ทรงพระครรภ์
พระนางมหามายาประสูติเจ้าชายสิทธัตถะ ณ อุทยานลุมพินี ในวันวิสาขปุณณมี ๘๐ ปีก่อนพุทธศักราช
เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงอภิเษกสมรสกับนางยโสธรา หรือพิมพา แห่งโกลิยวงศ์ ประทับสำราญในปราสาท ๓ ฤดู
ในการเสด็จประพาสพระราชอุทยาน ๔ ครั้ง
ได้ทอดพระเนตรเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และนักบวช โดยลำดับ
ทำให้เจ้าชายทรงเบื่อหน่ายต่อสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งทั้งหลาย
เมื่อกลับจากการประพาสอุทยานครั้งสุดท้าย ทรงทราบว่าพระชายา ประสูติพระโอรส ก็ทรงตัดสินพระทัยเสด็จออกผนวชในคืนวันนั้น
เมื่อเสด็จถึงฝั่งแม่น้ำอโนมา เจ้าชายทรงตัดพระเมาลีด้วยพระขรรค์
ในชั้นแรกเจ้าชายเสด็จไปศึกษาอบรมกับดาบสบางท่าน เพื่อแสวงความเป็นผู้หลุดพ้นจากทุกข์
เมื่อไม่พอพระทัยด้วยอุดมคติและข้อปฏิบัติของดาบสทั้งสอง
เจ้าชายจึงทรงแสวงหามรรคา ด้วยพระองค์เอง โดยทรงบำเพ็ญตบะทรมานพระองค์
มีพระภิกษุเบญวัคคีย์คอยปฏิบัติ
ท้าวสักกะ จอมเทพ ทรงดีดพิณสามสาย สายหนึ่งตึงเกินไป สายหนึ่งหย่อนเกินไป สายหนึ่งพอดี
นางสุชาดา ถวายข้าวมธุปายาส คือ ข้าวหุงด้วยนมสด ผสมน้ำผึ้ง แด่พระโพธิสัตว์ เป็นพระกระยาหารมื้อก่อนตรัสรู้
เจ้าชายเสด็จไปสู่ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ภายหลังที่เสวยข้าวมธุปายาสนั้นแล้ว ทรงลอยถาดทองลงในแม่น้ำ
นายโสตถิยะ
ถวายหญ้า ๘ ฟ่อนแด่เจ้าชาย ทรงนำไปเกลี่ยใต้โคนไม้โพธิ์
และประทับนั่งบนนั้น ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก
ด้วยการปฏิบัติบำเพ็ญทางจิต ก็ได้ทรงบรรลุพระอนุตรสัมมาโพธิญาณ (คือ
พระปัญญาตรัสรู้เองโดยชอบอันยอดเยี่ยม) ในเวลารุ่งอรุณ วันวิสาขปุณณมี
ตลอดเวลา ๗ วัน
ที่พระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุขอยู่ใต้โคนต้นอชปาลนิโครธ
(ต้นไทรที่เด็กเลี้ยงแพะพักอาศัยร่มเงา) ธิดาทั้ง ๓ ของพญามาร
ได้มาพยายามเพื่อ จะยั่วให้ทรงหันไปสู่ความยินดีทางโลก แต่ก็ไม่เป็นผล
ภายใต้ต้นมุจลินท์ หรือ ต้นจิก มีพญานาคชื่อ มุจลินท์ มาถวายอารักขา ป้องกันพระองค์ จากฝนและลมหนาว
พ่อค้า ๒ คน
คือ ตปุสสะ กับภัลลิกะ ได้ถวายข้าวสันตุก้อน และข้าวสันตุผสมน้ำผึ้ง
แด่พระพุทธเจ้า และประกาศตนเป็นอุบาสก ถึงพระพุทธกับพระธรรมเป็นสรณะ
เสด็จไปสู่ป่าอิสิปตนะ
พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระปฐมเทศนาแก่ภิกษุเบจวัคคีย์ (กลุ่มภิกษุ ๕ รูป)
และภิกษุรูปหนึ่งในจำนวนนั้น คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรม
ในวันอาสาฬหปุณณมี
พระพุทธเจ้าเสด็จสู่กรุงกบิลพัสดุ์ ตามพระราชดำรัสของพระพุทธบิดา ผู้ทรงทราบ ข่าวการตรัสรู้ของพระโอรส
เมื่อประทับอยู่ ณ กรุงกบิลพัสดุ์ พระพุทธเจ้าได้เสด็จเยือนพระชายา คือ พระนางยโสธรา และพระโอรส คือ พระราหุล
พระประยูรญาติหนุ่มๆ เป็นอันมากเจริญรอยตามพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้า เสด็จออกผนวช
พระพุทธเจ้าทรงระงับข้อพิพาทเรื่องน้ำของพระประยูรญาติ ทั้งจากราชสกุลศากยะ และโกลิยะ
เมื่อประทับอยู่ในพระนครหลวงของพระพุทธบิดา พระพุทธเจ้าเสด็จออกบิณฑบาต ในเวลาเช้าหลายครั้ง
พระพุทธเจ้า พร้อมด้วยสาวก ทรงจัดการถวายพระเพลิงพระบรมศพพระเจ้าสุทโธทนะ
พระราหุล
โอรสของพระศาสดา ทรงได้รับอนุญาติให้บรรพชาเป็นสามเณรพระองค์แรก
และต่อมาได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ท่านมีความกระตือรือร้นในการศึกษา
และการอบรม แรงกล้า จึงได้บรรลุความเป็นพระอรหันต์ คือ
สภาพความเป็นอิสระจากกิเลส (ความชั่วที่ทำให้เศร้าหมอง) ทั้งปวง
ทรงแสดงธรรมโปรดพระองคุลิมาล
พระเทวทัตศิษย์ทรยศของพระพุทธเจ้า
ติดสินบนนายควาญช้างให้ปล่อยช้างตรงไป จะประหารพระบรมศาสดา
แต่ด้วยพระเมตตาจิตของพระองค์ ช้างกลับไปคุกเข่าอยู่ ต่อหน้าพระพักตร์
พระโมคคัลลานะ พระอัครสาวกรูปหนึ่งของพระพุทธเจ้า ถูกกลุ่มอาชญากรทำร้าย ด้วยการว่าจ้างของกลุ่มผู้ริษยา
ได้รับนิมนต์ให้ไปเสวยพระกระยาหาร ณ บ้านของนายจุนทะ บุตรช่างทอง พระศาสดา ได้เสวยพระกระยาหารมื้อสุดท้าย ณ ที่นั้น
เมื่อเสด็จออกจากบ้านนายจุนทะไปแล้ว
ในการเดินทางไปสู่กรุงกุสินารา ซึ่งมีพระพุทธประสงค์จะเสด็จปรินิพพาน ณ
ป่าไม้สาละซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียง พระศาสดาก็ทรงประชวร
edit @ 18 Dec 2007 04:58:45 by DhammaWorld