ภาพปริศนาธรรม (ตอนจบ)
posted on 06 Feb 2008 12:23 by dhammaworld in buddha19.ไส้เดือนเขียนจดหมายถึงมนุษย์
รอยไส้เดือนเกลื่อนไปในผิวดิน
เป็นลวดลายหลายระบิลหลายท่วงท่า
มีความหมายว่ากระไรใครสงกา
หรือเห็นว่าไร้สิ่งน่าสนใจ
หรือจดหมายไส้เดือนเตือนมนุษย์
ไม่รู้สิ้นสุดมาแต่ไหน
ทั้งคืนวันขยันเขียนเวียนทำไป
มนุษย์อ่านหรือไม่ไม่อาวรณ์
มันพร่ำบอกพร่ำสอนพร่ำวอนว่า
พร่ำพรรณนาให้ระวังให้สังหรณ์
ว่าสรรพสิ่งเปลี่ยนไปไม่ถาวร
ทุกตอนอนิจจังอนัตตา
มันให้อัตถาธิบายหลายแสนอย่าง
อุทาหรณ์ต่างต่างครบทุกท่า
รอยไส้เดือนเกลื่อนทั่วพสุธา
ก็เพราะว่าไส้เดือนรักคนนักเอย ฯ
คนเรารังเกียจขยะแขยงไส้เดือน ทั้ง ๆ ที่มันเขียนจดหมายถึงมนุษย์ในจดหมายที่
เขียนเป็นรอยบนดิน แสดงถึงความแปรปรวน ความไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ของสิ่งทั้งหลาย
อันแสดงถึงความไม่ยึดมั่นถือมั่นของไส้เดือน.
แต่คนนั้นช่างเกลียดชัง ต่อต้าน และขยะแขยงเรื่อยไป จนกว่าจะ "อ่านจดหมายของไส้เดือน"
เข้าใจ ก็จะเข้าถึงเจตนารมณ์ของธรรมนั้นได้อย่างไม่ลังเลอีกเลย.
อัน "ตัวกู " "ตัวสู " มิได้มี
แต่พอโง่มันเป็นผีโผล่มาได้
พอหายโง่ "กู " "สู " ก็หายไป
พอโง่ใหม่โผล่ใหม่ดูให้ดี
แต่ละข้างต่างยึดว่า "ตัวกู "
จึงเกิดการต่อสู้กันอย่างผี
ต่างหมายมั่นแก่กันฉันไพรี
ทั้งเปิดเผยลับลี้มีทั่วไป
ที่ด้อยกว่าสู้ว่ากูก็มีดี
ที่เด่นกว่าข่มขี่เขาเข้าไว้
ที่พอกันกันท่าไม่ว่าใคร
ล้วนแต่ใคร่โด่งเด่นเป็นธรรมดา
เอาพระธรรมกวาดล้างอย่างไม้กวาด
สำหรับฟาดหัวสัตว์ที่ข้างฝา
ตกกระเด็นเป็นเหยื่อแก่ไก่กา
ที่เก่งกว่าคืออย่าโง่ให้โผล่เอย ฯ
ปัญหาของโลก, ปัญหาของชาติและปัญหาของบุคคลอยู่ที่ "ความไม่ยอมกัน"
เพราะอหังการ มมังการเพียงประการเดียว.เหมือนจิ้งจก ๒ ตัว ที่ต่างตัวต่างไม่ยอมแพ้จึงต้อง
กัดกันไม่มีที่สิ้นสุด.
ธรรมะ "ไม้กวาด" เท่านั้นที่จะกวาด, ฟาดให้ "สัตว์ " หรือ "สัญชาตญาณอย่างสัตว์" ชนิดนั้นสิ้นไปจากสันดาน.
โลกทั้งโลกจะสิ้นปัญหา ชาติทุกชาติก็จะผาสุขบุคคลก็จะได้ใช้ชีวิตแท้เต็มเปี่ยมและ
นิรันดรหากทุกคน "ยอม" และ "หยุด" ความมีอหังการ มมังการ กันเสียที.
21.จากอนันตะสู่อนันตะ
จาก "อนันต์" สู่ "อนันต์" นั้นเห็นยาก
โดยคนมากงันงงตรงความหมาย
"ไม่สิ้นสุดทั้งฝ่ายเกิดและฝ่ายตาย"
ภาษาคนไม่ขวนขวายมาฟังยิน;
จึงต้องเทียบเปรียบกับเสียงระฆัง
คือมันดังออกมาได้ไม่รู้สิ้น
และออกมาเรื่อย ๆ ไปได้อาจิณ
คือไม่รู้เต็มถิ่นอากาศกาล
เหมือนสังขตะ ธรรมธาตุ ปรุงแต่งกัน
เนืองอนันต์มิรู้สิ้นกองสังขาร
ปรุงออกมานานนับกี่กัปป์วาร
อวสารต์นั้นไม่มีที่เหตุมูล
แม้ธรรมธาตุ อสังขตะ สุญญตา
เป็นอนันต์เสมอมาไม่ขาดสูญ
เป็นที่ดับแห่งสังขารแต่การบูรพ์
ไม่เต็มนูนเพราะอนันต์นั่นแหละเอย ฯ
การเกิดขึ้นแห่งสิ่งที่เป็นสังขตะ มีออกมาเรื่อยไม่มีที่สิ้นสุด ก็ไม่รู้จักหมดสิ้น;
การดับลงแห่งสิ่งที่เป็นสังขตะ มีออกมาเรื่อยไม่มีที่สิ้นสุด ก็ไม่รู้จักเต็มแดนเป็น
ที่ดับของมัน.
เช่นเดียวกับเสียงระฆัง ดังออกมาได้จากตัวระฆัง ไม่รู้จักหมดสิ้น, และเสียงนั้นก็
ไม่เต็มในอวกาศ อันไม่มีที่สิ้นสุด เช่นเดียวกัน; ดังนั้นจึงกล่าวว่า
"จากอนันตะสู่อนันตะ" ดังนี้.
แสดงออกมาในปางที่ช่วยเด็ก ๆ ให้พ้นจากฟากฝั่งที่ทุกข์ร้อนสู่ความเกษม
"ธรรมะ" เป็นสิ่งเดียวที่จะเป็น"เรือ"ที่ปลอดภัย, ร่มเย็น, ในท่ามกลางทะเลไฟอันแอดเผานี้.
"เรือธรรม" นั้น ลอยอยู่ในทะเลไฟ, นั่นคือจุดเย็นที่สุดกลางเตาหลอมเหล็กที่ร้อนระอุ! นั่นคือ
นิพพานเป็นสิ่งที่อาจหาพบได้ท่ามกลางสังสารวัฎฎ์นี่เอง!
edit @ 6 Feb 2008 12:37:10 by DhammaWorld