หากท่านยังมีซักเศษเสี้ยวของจิตเมตตากรุณา
posted on 18 Mar 2008 17:58 by dhammaworld in news
"หากท่านยังมีซักเศษเสี้ยวของจิตเมตตากรุณา .. ก็โปรดหยุดที่จะหาข้ออ้างในการกินเนื้อสัตว์ .. ให้ตัวเอง"
ก้าวแรกที่เดินเข้าสู่อาคารหลังนั้น ความรู้สึกแรกเห็น ก็คิดว่า
มันกว้างขวางดี ผมเข้าไปทางประตูหน้า ตรงกลางเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่
ทางด้านซ้ายมือหลายห้องเป็นที่ฆ่าหมู ทางด้านขวาไว้ฆ่าแพะ
ทางขวามือเยื้องไปหน่อย คือที่ฆ่าวัว ตอนกลางวันจะฆ่าวัว
ตอนกลางคืนก็ฆ่าควาย แล้วหมูหละ ? ก็เหมือนกัน ฆ่าตอนกลางคืน
ตอนที่ผมเพิ่งมาถึง พอดีมีรถบรรทุกขนหมูส่งเข้ามา เสียงร้องครวญในขณะที่มันกำลังโดนฉุดกระชากลากเข้าเล้า ฟังแล้วบาดเข้าไปถึงใจ... พอดีวันนั้นอากาศก็ครึ้มๆ ยิ่งเพิ่มความหดหู่ใจให้กับผมเป็นยิ่งนัก
ผมมองไปทางด้านขวามือ บนพื้นเต็มไปด้วยหัวแพะนองเลือด และเครื่องในที่เพิ่งชำแหละออกมา กลิ่นคาวเลือดที่โชยมา ทำให้แทบอยากอ๊วก ผมเดินวนไปมาใกล้ๆ กับบ่อน้ำ ยืนทื่ออยู่ซักพักหนึ่ง สุดท้ายก็ดึงความกล้าหาญออกมา เดินไปทางโถงฆ่าแพะ ก็พอดีเห็นเลือดแพะที่วางเป็นถังๆ ที่ยังมีกลิ่นไออุ่นโชยมา ศพไร้หัวของแพะแต่ละตัว วางกองอยู่บนเลือดที่นองพื้น ยังมีแพะไร้หัวอีกหลายตัว ที่ถูกแขวนแล้วถูกแร่หนัง แขวนอยู่บนราวเหล็ก
เดินผ่านเส้นทางเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยหัวแพะและเครื่องใน ผมเดินไปทางโถงฆ่าวัว ภายในนั้นมีคนฆ่าวัวอยู่ 20-30 คน แต่ละคนมีมีดยาวเป็นฟุตอยู่ในมือกันทั้งนั้น ขาทั้งคู่ยืนอยู่บนสายเลือดที่นองเต็มพื้น มีบางคนกำลังแร่หนังวัวอยู่ บางคนกำลังกรีดหน้าอกวัว บ้างก็ชำแหละเครื่องใน หรือไม่ก็ใช้เลื่อยกำลังเลื่อยซี่โครงวัวอยู่ บางคนกำลังเงื้องขวานที่อยู่ในมือ หวังจะฟันคอวัวให้ขาด ! ผมมองเข้าไปด้านใน เห็นยังมีวัวอีกสามตัว ที่มีน้ำตานองหน้า ยังไม่ถูกเชือด ยืนทื่อๆ อยู่กับที่ มองดูพวกพ้องตัวเองที่กองอยู่บนเลือด และหนึ่งในนั้น ... ขาของมันสั่นไม่หยุด ... เหมือนกับหมดแรงแม้แต่จะพยุงตัวให้ยืน ความรู้สึกและอารมณ์อันแสนสลดใจและหมองมัวนั้น ... ตั้งแต่เกิดมา ผมก็เพิ่งเคยได้เห็น ...
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีอีกคนนึงเดินเข้ามา ลากวัวตัวหนึ่งให้ไปยืนตรงกลางลานกว้าง มือเชือดสองสามคนจับหัววัวให้เชิดขึ้น อีกคนนึงถือค้อนยืนอยู่ข้างหลัง แล้วฟาดลงไปเต็มแรง ... “โป้ง !!” ดังกังวาล ... วัวตัวนั้นก็ล้มลงไปกองกับพื้นทันที อีกคนนึงก็ถือมีดด้ามยาวเดินเข้ามา จ้วงเข้าไปทางคอหอย ดันลึกเข้าไปถึงหัวใจ ใช้แรงหมุนด้ามมีดให้หมุนวนอยู่สองสามรอบแล้วดึงออกมา เลือดแดงๆ ก็กระฉูดออกมาทันที มือเชือดก็รีบเอาถังมารองเลือดวัวที่ไหลออกมาไม่หยุด เวลานี้ ขาทั้งสี่ข้างของวัวตัวนั้น ก็ยังชักกระตุก ไม่หยุด ตาทั้งสองเหลือกโพลน ปากยังคงส่งเสียงครวญไม่หยุด ... ผมดูมาถึงตรงนี้ แทบจะน้ำตาร่วง แม้แต่จะหายใจก็ยังรู้สึกลำบาก
มือเชือดอีกคนหนึ่งไม่รีรอที่จะเฉือนหน้าอกวัว ทั้งลำไส้ ทั้งกระเพาะ ... ต่างก็ทะลักออกมากองอยู่กับพื้น เลื่อยไร้วิญญาณ ยังคงเชือดเฉือนร่างที่ยังคงชักกระตุกอยู่อย่างไร้เยื่อใย เริ่มจากเครื่องใน ต่อมาก็หัว แล้วก็ขา ... ร่างของมันโดนหั่นท่อนต่อหน้าต่อตาผม เวลานี้ ก็มีวัวอีกตัวหนึ่ง ที่โดนลากเข้ามาด้วยน้ำตานองหน้า ... ผมไม่สามารถระงับอารมณ์ภายในใจได้อีกต่อไปแล้ว วิ่งผลุนผลันออกไปจากที่นั่น แม้หางตาก็ไม่เหลียวมามองอีกเลย ...
เรื่องนี้มันก็ผ่านไปนานแล้ว แต่ภาพที่เต็มไปด้วยความเหิว้ยมโหดนั้น ยังคงติดตาผมมาตลอด ผมคิดอยู่ เสมอว่า วัฒนธรรมของมนุษย์นั้น ก่อรากจากอะไร ทำไมพวกเราถึงมีการกระทำที่แสนอำมหิต ไร้ความกรุณา กับเพื่อนร่วมโลกที่ไร้แรงขัดขืน ได้ถึงขนาดนั้น มนุษย์ที่ยกย่องตนเองว่าประเสริฐ ควรจะภูมิใจ .. หรือ ละอายใจ?
จากหนังสือ : ความหมายที่แท้จริงของการกินเจ 持齋的真義
ผมมองไปทางด้านขวามือ บนพื้นเต็มไปด้วยหัวแพะนองเลือด และเครื่องในที่เพิ่งชำแหละออกมา กลิ่นคาวเลือดที่โชยมา ทำให้แทบอยากอ๊วก ผมเดินวนไปมาใกล้ๆ กับบ่อน้ำ ยืนทื่ออยู่ซักพักหนึ่ง สุดท้ายก็ดึงความกล้าหาญออกมา เดินไปทางโถงฆ่าแพะ ก็พอดีเห็นเลือดแพะที่วางเป็นถังๆ ที่ยังมีกลิ่นไออุ่นโชยมา ศพไร้หัวของแพะแต่ละตัว วางกองอยู่บนเลือดที่นองพื้น ยังมีแพะไร้หัวอีกหลายตัว ที่ถูกแขวนแล้วถูกแร่หนัง แขวนอยู่บนราวเหล็ก
เดินผ่านเส้นทางเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยหัวแพะและเครื่องใน ผมเดินไปทางโถงฆ่าวัว ภายในนั้นมีคนฆ่าวัวอยู่ 20-30 คน แต่ละคนมีมีดยาวเป็นฟุตอยู่ในมือกันทั้งนั้น ขาทั้งคู่ยืนอยู่บนสายเลือดที่นองเต็มพื้น มีบางคนกำลังแร่หนังวัวอยู่ บางคนกำลังกรีดหน้าอกวัว บ้างก็ชำแหละเครื่องใน หรือไม่ก็ใช้เลื่อยกำลังเลื่อยซี่โครงวัวอยู่ บางคนกำลังเงื้องขวานที่อยู่ในมือ หวังจะฟันคอวัวให้ขาด ! ผมมองเข้าไปด้านใน เห็นยังมีวัวอีกสามตัว ที่มีน้ำตานองหน้า ยังไม่ถูกเชือด ยืนทื่อๆ อยู่กับที่ มองดูพวกพ้องตัวเองที่กองอยู่บนเลือด และหนึ่งในนั้น ... ขาของมันสั่นไม่หยุด ... เหมือนกับหมดแรงแม้แต่จะพยุงตัวให้ยืน ความรู้สึกและอารมณ์อันแสนสลดใจและหมองมัวนั้น ... ตั้งแต่เกิดมา ผมก็เพิ่งเคยได้เห็น ...
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีอีกคนนึงเดินเข้ามา ลากวัวตัวหนึ่งให้ไปยืนตรงกลางลานกว้าง มือเชือดสองสามคนจับหัววัวให้เชิดขึ้น อีกคนนึงถือค้อนยืนอยู่ข้างหลัง แล้วฟาดลงไปเต็มแรง ... “โป้ง !!” ดังกังวาล ... วัวตัวนั้นก็ล้มลงไปกองกับพื้นทันที อีกคนนึงก็ถือมีดด้ามยาวเดินเข้ามา จ้วงเข้าไปทางคอหอย ดันลึกเข้าไปถึงหัวใจ ใช้แรงหมุนด้ามมีดให้หมุนวนอยู่สองสามรอบแล้วดึงออกมา เลือดแดงๆ ก็กระฉูดออกมาทันที มือเชือดก็รีบเอาถังมารองเลือดวัวที่ไหลออกมาไม่หยุด เวลานี้ ขาทั้งสี่ข้างของวัวตัวนั้น ก็ยังชักกระตุก ไม่หยุด ตาทั้งสองเหลือกโพลน ปากยังคงส่งเสียงครวญไม่หยุด ... ผมดูมาถึงตรงนี้ แทบจะน้ำตาร่วง แม้แต่จะหายใจก็ยังรู้สึกลำบาก
มือเชือดอีกคนหนึ่งไม่รีรอที่จะเฉือนหน้าอกวัว ทั้งลำไส้ ทั้งกระเพาะ ... ต่างก็ทะลักออกมากองอยู่กับพื้น เลื่อยไร้วิญญาณ ยังคงเชือดเฉือนร่างที่ยังคงชักกระตุกอยู่อย่างไร้เยื่อใย เริ่มจากเครื่องใน ต่อมาก็หัว แล้วก็ขา ... ร่างของมันโดนหั่นท่อนต่อหน้าต่อตาผม เวลานี้ ก็มีวัวอีกตัวหนึ่ง ที่โดนลากเข้ามาด้วยน้ำตานองหน้า ... ผมไม่สามารถระงับอารมณ์ภายในใจได้อีกต่อไปแล้ว วิ่งผลุนผลันออกไปจากที่นั่น แม้หางตาก็ไม่เหลียวมามองอีกเลย ...
เรื่องนี้มันก็ผ่านไปนานแล้ว แต่ภาพที่เต็มไปด้วยความเหิว้ยมโหดนั้น ยังคงติดตาผมมาตลอด ผมคิดอยู่ เสมอว่า วัฒนธรรมของมนุษย์นั้น ก่อรากจากอะไร ทำไมพวกเราถึงมีการกระทำที่แสนอำมหิต ไร้ความกรุณา กับเพื่อนร่วมโลกที่ไร้แรงขัดขืน ได้ถึงขนาดนั้น มนุษย์ที่ยกย่องตนเองว่าประเสริฐ ควรจะภูมิใจ .. หรือ ละอายใจ?
จากหนังสือ : ความหมายที่แท้จริงของการกินเจ 持齋的真義