รักษาศีล 5 แล้วได้อะไร?

posted on 16 Apr 2008 12:12 by dhammaworld  in karma
รักษาศีล 5 แล้วได้อะไร?

เรียบเรียงโดย : พระอธิการถวิล จนฺทสโร เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย


เรื่องของศีลข้อที่ 1 คือเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้น จากการเบียดเบียนชีวิตซึ่งกันและกัน เนื่องจากชีวิตเป็นสิ่งที่ทุกคนรัก ทุกคนหวงแหน แม้สัตว์ทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน รักชีวิต หวงชีวิต กลัวชีวิต จะต้องตายทุก ๆ ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ทั้งหลาย ต่างดิ้นรน ต่อสู้ทุกวิถีทาง เพื่อให้ชีวิตของตนอยู่รอด แคล้วคลาด ปลอดภัย อยู่ดีมีความสุข พระพุทธเจ้าจึงบัญญัติศีลข้อที่ 1 ด้วยเห็นว่าสัตว์ทั้งหลายรักชีวิตของตนเป็นอันดับ 1

ศีลข้อที่ 1 ปาณาติปาตาเวรมณี

เว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตนเองหรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่า ...ถ้าไม่เว้นย่อมยังสัตว์ให้ไปเกิดในนรก ในสัตว์เดรัจฉานในเปรตวิสัย... และเมื่อเกิดเป็นมนุษย์อีกจะได้รับผล 9 ประการ คือ
  1. เป็นคนทุพพลภาพ
  2. เป็นคนรูปไม่งาม
  3. มีกำลังกายอ่อนแอ
  4. เป็นคนเฉื่อยชา
  5. เป็นคนขี้ขลาด
  6. เป็นคนผู้อื่นฆ่า, และฆ่าตัวเอง
  7. โรคภัยเบียดเบียน
  8. ความพินาศของบริวาร
  9. อายุสั้น และให้ผลติดต่อกันหลายชาติ
รักษาศีลข้อที่ 1 แล้วได้อะไร?
  1. ได้รับผลปฏิสนธิกาล คือ ได้เกิดเป็นมนุษย์หรือเกิดเป็นเทวดา เรียกว่า กามสุคติภูมิ
  2. ได้รับผลในปวัตติกาล คือ หลังจากเกิดแล้ว เช่น หลังจากเกิดเป็นมนุษย์แล้วได้รับผลอีก                      23 ประการ
อานิสงส์แห่งการรักษาศีลข้อที่ 1 มี 23 ประการ
  1. สมบูรณ์ด้วยอวัยวะน้อยใหญ่
  2. มีร่างกายสมทรง
  3. สมบูรณ์ด้วยกำลังกาย
  4. มีเท้างามประดิษฐานลงด้วยดี
  5. เป็นผู้มีผิวพรรณสดใส
  6. มีรูปโฉมงามสะอาด
  7. เป็นผู้อ่อนโยน
  8. เป็นผู้มีความสุข
  9. เป็นผู้แกล้วกล้า
  10. เป็นผู้มีกำลังมาก
  11. มีถ้อยคำสละสลวยเพราะพริ้ง
  12. มีบริษัทรักใคร่ไม่แตกแยกจากตน
  13. เป็นคนไม่สะดุ้งตกใจกลัวต่อภัยเวร
  14. ข้าศึกศัตรูทำร้ายไม่ได้
  15. ไม่ตายด้วยความเพียรฆ่าของผู้อื่น
  16. มีบริวารที่หาที่สุดมิได้
  17. มีรูปร่างสวยงาม
  18. มีทรวดทรงสมส่วน
  19. มีความเจ็บไข้น้อย
  20. ไม่มีเรื่องเสียใจเศร้าโศก
  21. เป็นที่รักของชาวโลก
  22. ไม่พลัดพรากจากสิ่งที่รักและชอบใจ
  23. มีอายุยืน
 
ศีลข้อที่2อทินนาทานาเวรมณีเว้นจากการลักทรัพย์ด้วยตนเองหรือผู้อื่นลัก

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า อทินนา อันบุคคลเสพแล้วเจริญ แล้วกระทำให้มากแล้วย่อมยังสัตว์ให้ไปเกิดในนรก ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานในเปรตวิสัย วิบากแห่งอทินนาทานอย่างเบาที่สุด ย่อมยังความพินาศและโภคะให้เป็นไปแก่ผู้เกิดเป็นมนุษย์มีสมบัติต้องพินาศเมื่อเกิดเป็นมนุษย์อีกจะได้รับผล 6 ประการ

  1. เป็นคนด้อยทรัพย์
  2. เป็นคนยากจน
  3. เป็นคนอดอยาก
  4. ไม่ได้สมบัติที่ตนต้องการ
  5. ต้องพินาศในการค้า
  6. ทรัพย์พินาศเพราะภัยต่าง ๆ เช่น อัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย ราชภัย โจรภัย เป็นต้น
รักษาศีลข้อที่ 2 แล้วได้อะไร
  1. ได้รับผลในปฏิสนธิกาล คือ ได้เกิดเป็น มนุษย์ หรือ เทวดา เรียกว่า กามสุคติภูมิ
  2. ได้รับผลในปวัตติกาล คือหลังจากเกิดเป็นมนุษย์แล้วจะได้รับผลอีก 11 ประการ
อานิสงส์ของการรักษาศีลข้อที่ 2 มี 11 ประการ
  1. จะเป็นผู้มีทรัพย์มาก
  2. มีข้าวของและอาหารมาก
  3. หาโภคทรัพย์ได้ไม่สิ้นสุด
  4. โภคทรัพย์ที่ยังไม่เกิดก็เกิดขึ้น
  5. หาสิ่งที่ปรารถนาได้รวดเร็ว
  6. สมบัติไม่กระจายด้วยภัยต่าง ๆ
  7. หาทรัพย์ได้โดยไม่ถูกแบ่งแยก
  8. ได้โลกุตตรทรัพย์คือนิพพาน
  9. อยู่ที่ไหนก็เป็นสุข
  10. ไม่รู้ไม่เคยได้ยินคำว่าไม่มี
 
ศีลข้อที่ 3 กาเมสุมิจฉาจาราเวรมณี...เว้นจากการประพฤติผิดในกาม

ถ้าไม่เว้นจะเกิดอะไรขึ้น ...พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า บุคคลเสพแล้ว เจริญให้มากแล้ว ย่อมยังสัตว์ให้ตกนรก ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานในเปรตวิสัย ทำกาเมสุมิจฉาจาร แล้วได้อะไร ทำแล้วหากเกิดเป็นมนุษย์อีกได้รับผล 11 ประการ คือ
  1. มีผู้เกลียดชังมาก
  2. มีผู้ปองร้ายมาก
  3. ขัดสนทรัพย์
  4. ยากจนอดอยาก
  5. เป็นหญิง
  6. เป็นกระเทย
  7. เป็นชายในตระกูลต่ำ
  8. ได้รับความอับอายเป็นอาจิณ
  9. ร่างกายไม่สมประกอบ
  10. มากไปด้วยความวิตกห่วงใย
  11. พลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก

...ผลทั้ง 11 ประการนี้เป็นเศษของกรรมกาเมสุมิจฉาจาร ให้ผลหลังจากไปตกนรกไปเกิดเป็นสัตว์ดิรัจฉาน หรือหลังจากไปเกิดเป็นเปรตมาแล้ว เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ก็จะได้รับผลของกาเมสุมิฉาจาร ในปวัตติกาลดังกล่าวแล้ว

รักษาศีลข้อที่ 3 แล้วได้อะไร

การละเว้นจากการประพฤติผิดในกามเสียได้จะได้รับผล 2 ขั้น คือ
  1. ได้รับผลในปฏิสนธิกาล คือเกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดา เรียกว่าได้ปฏิสนธิในกามสุคติภูมิ
  2. ได้รับผลในปวัตติกาล คือ หลังจากเกิดแล้ว เช่น ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ จะได้รับผลอีก 20 ประการ

อานิสงส์ของการรักษาศีลข้อที่ 3 มี 20 ประการ คือ
  1. ไม่มีข้าศึกศัตรู
  2. เป็นที่รักของคนทั่วไป
  3. นอนเป็นสุข
  4. ตื่นก็เป็นสุข
  5. พ้นภัยในอบายภูมิ
  6. ไม่เกิดเป็นหญิงหรือกระเทย
  7. ไม่โกรธง่าย
  8. ทำอะไรก็ได้โดยเรียบร้อย
  9. ทำอะไรเปิดเผยแจ่มแจ้ง
  10. มีความสง่า คอไม่ตก
  11. หน้าไม่ก้ม มีอำนาจ
  12. มีแต่เพื่อนรักทั้งบุรุษและสตรี
  13. มีอินทรีย์ 5 บริบูรณ์
  14. มีลักษณะบริบูรณ์
  15. ไม่มีใครรังเกียจ
  16. ขวนขวายน้อยไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยมาก
  17. อยู่ที่ไหนก็เป็นสุข
  18. ไม่ต้องกลัวภัยจากใคร ๆ
  19. ไม่ค่อยพลัดพรากจากของที่รัก
  20. หาข้าว, น้ำ, ที่อยู่, เครื่องนุ่งห่มได้ง่าย
 
ศีลข้อที่ 4 คือให้เว้นจากการพูดเท็จ พูดไม่เป็นความจริง พูดโกหกหรือพูดมุสา

ถ้าไม่เว้นจากมุสาวาท หรือพูดเท็จอะไรจะเกิดขึ้น...พระพุทธเจ้าตรัสว่า มุสาวาทอันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว กระทำให้มาก แล้วย่อมยังสัตว์ไปในนรก ในกำเนิดดิรัจฉานในเปรตวิสัย ผลจากการกล่าวมุสาวาทอย่างเบาที่สุดย่อมยังกางแตกจากมิตรให้ไปเกิดแก่ผู้เป็นมนุษย์

การกล่าวมุสาวาทแล้วจะได้อะไร

การกล่าวมุสาวาท หรือการพูดเท็จปราศจากความจริง เมื่อกล่าวออกไปแล้ว จะได้รับผล 2 ขั้น คือ
  1. ได้รับผลในปฏิสนธิกาล คือเกิดในนรก ดิรัจฉาน, เปรตวิสัย
  2. ได้รับผลในปวัตติกาล คือ หลังจากเกิดแล้วและผลที่จะได้รับในปวัตติกาลนี้ จะครบองค์มุสาวาท หรือไม่ก็ตาม ถ้าได้เกิดมาเป็นมนุษย์จะได้รับผล อีก 8 ประการ คือ
  1. พูดไม่ชัด
  2. ฟันไม่เป็นระเบียบ
  3. ปากเหม็นมาก
  4. ไอตัวร้อนจัด
  5. ตาไม่อยู่ในระดับปกติ
  6. กล่าววาจาด้วยปลายลิ้นและปลายปาก
  7. ท่าทางไม่สง่าผ่าเผย
  8. จิตไม่เที่ยงคล้ายคนวิกลจริต
อานิสงส์แห่งการรักษาศีลข้อที่ 4 มี 14 ประการ
  1. มีอินทรีย์ทั้ง 5 ผ่องใส
  2. มีวาจาไพเราะอ่อนหวาน
  3. มีฟันเสมอชิด สะอาด
  4. ไม่อ้วนจนเกินไป
  5. ไม่ผอมจนเกินไป
  6. ไม่สูงจนเกินไป
  7. ไม่เตี้ยจนเกินไป
  8. กลิ่นปากหอมเหมือนดอกบัว
  9. ได้สัมผัสแต่ที่เป็นสุข
  10. มีบริวารล้วนขยันขันแข็ง
  11. มีถ้อยคำที่บุคคลเชื่อถือได้
  12. ลิ้นบางแดง อ่อนเหมือนกลีบบัว
  13. ใจไม่ฟุ้งซ่าน
  14. ไม่เป็นคนติดอ่าง ไม่เป็นใบ้
 
ศีลข้อที่ 5 คือ เว้นจากการดื่มสุรา และเมรัย รวมถึงเครื่องดองของเมายาเสพติดให้โทษทุกชนิด

โทษของการดื่มสุรา

ทำให้เกิดความประมาทปราศจากการเคารพบิดา มารดา พี่น้อง น้า อา แม้อุปัชฌาจารย์และสมณะ พราหมณ์ ผู้มีศีลก็ไม่เคารพศีลาจารวัตรในการปฏิบัติกายวาจาให้บริสุทธิ์ จะทำแต่การบาปหยาบช้า มีการหยาบ วาจาหยาบ ใจหยาบ ทำแต่อุกุศลเป็นนิตย์ไม่คิดสงสารสัตว์

นอกจากนี้ โทษของการดื่มสุราเมรัยยังพาให้ตกในอบาย นายนิรยบาลจะกรอกด้วยน้ำทองแดง น้ำถึงปากและคอก็จะทำลายไส้พุงขาดกระจายตาย ตายแล้วก็กลับฟื้นขึ้นมา เสวยทุกขเวทนาต่อ ๆ กันไป เมื่อพ้นจากอบายแล้วมาเกิดเป็นมนุษย์ จะเป็นคนใบ้ เสียจริตผิดจากมนุษย์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นภัยของชีวิตที่น่ากลัว

ศีลข้อที่ 5 สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวรมณี เว้นจากการดื่มสุราเมรัย ของมึนเมา สิ่งเสพติดให้โทษ ถ้าไม่เว้นอะไรจะเกิดขึ้น?

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า "การดื่มน้ำเมา คือสุรา และเมรัย อันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว ยังสัตว์ให้เป็นไปในนรกในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในเปรตวิสัย"

ผลแห่งการดื่มน้ำเมา คือสุรา และเมรัยอย่างเบาที่สุดย่อมยังความเป็นบ้าใบ้ให้เป็นไปแก่ผู้มาเกิดเป็นมนุษย์

ถ้าผิดศีลข้อที่ 5 จะได้อะไร?

การดื่มสุรา เมรัย หรือสิ่งเสพติดให้โทษจะได้รับผล 2 ขั้นคือ
  1. ได้รับผลในปฏิสนธิกาล เกิดในนรก, ดิรัจฉาน, เปรตวิสัย
  2. ได้รับผลในปวัตติกาล คือ หลังจากเกิดแล้ว และผลที่จะได้รับในปวัตติกาลนี้จะครบองค์หรือไม่ก็ตามถ้าได้เกิดมาเป็นมนุษย์ จะได้รับผลจากการดื่มสุรา 6 ประการคือ
  1. ทรัพย์ถูกทำลาย
  2. เกิดวิวาทบาทหมาง
  3. เป็นบ่อเกิดแห่งโรค
  4. เสื่อมเกียรติ
  5. หมดยางอาย
  6. ปัญญาเสื่อมถอยหรือพิการทางปัญญา
รักษาศีลข้อ 5 จะได้อะไร?

ถ้าเว้นจากการจากการดื่มสุรา เมรัย หรือเว้นจากส่งเสพติดให้โทษ จะได้ผลดี 2 ประการ
  1. ได้รับผลดีในปฏิสนธิกาล คือจะเกิดในกามสุคติภูมิ มี มนุษย์หรือสวรรค์เป็นที่เกิด
  2. ได้รับผลในปวัตติกาล คือหลังจากเกิดแล้ว ถ้าได้เกิดเป็นมนุษย์จะได้รับอานิสงส์จากเว้นดื่มน้ำเมา 35 ประการคือ
อานิสงส์แห่งการรักษาศีลข้อที่ 5 มี 35 ประการ
  1. รู้กิจการ อดีต อนาคต ปัจจุบันได้รวดเร็ว
  2. มีสติตั้งมั่นทุกเมื่อ
  3. มีปัญญาดี มีความรู้มาก
  4. มีแต่ความสุข
  5. มีแต่คนนับถือยำเกรง
  6. มีความขวนขวายน้อยหากินง่าย
  7. มีปัญญามาก
  8. มีปัญญาบันเทิงในธรรม
  9. มีความเห็นถูกต้อง
  10. มีศีลบริสุทธิ์
  11. มีใจละอายแก่บาป
  12. รู้จักกลัวบาป
  13. เป็นบัณฑิต
  14. มีความกตัญญู
  15. มีกตเวที
  16. พูดแต่ความสัตย์
  17. รู้จักเฉลี่ยเจือจาน
  18. ซื่อตรง
  19. ไม่เป็นบ้า
  20. ไม่เป็นใบ้
  21. ไม่มัวเมา
  22. ไม่ประมาท
  23. ไม่หลงใหล
  24. ไม่หวาดสะดุ้งกลัว
  25. ไม่บ้าน้ำลาย
  26. ไม่งุนงง ไม่เขอะขะ
  27. ไม่มีความแข่งดี
  28. ไม่มีริษยาใคร
  29. ไม่ส่อเสียดใคร
  30. ไม่พูดหยาบ
  31. ไม่พูดจาเพ้อเจ้อ ไร้ประโยชน์
  32. ไม่เกียจคร้านทุกคืนวัน
  33. ไม่ตระหนี่
  34. ไม่โกรธง่าย
  35. ฉลาดรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์และในสิ่งที่เป็นโทษ
 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry