คำถามเกี่ยวกับภพ ชาตินี้ ชาติหน้า

          

         ถาม : ตายแล้วไปไหน?

          

        ตอบ : ในส่วนของสรีระ ก็ต้องนำไปจัดการตามประเพณี เช่นนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัด ที่บ้านก็แล้วแต่เจ้าภาพ หรือหากตายผิดธรรมดา เช่นถูกฆาตกรรม หรือฆ่าตัวตาย ก็อาจจะต้องถูกนำไปโรงพยาบาลเพื่อชันสูตรศพกันก่อน แล้วสุดท้ายก็ต้องไปสู่ป่าช้า อันเป็นแห่งสุดท้าย

            แต่ในส่วนของวิญญาณไม่ได้จบสิ้นที่ป่าช้าเท่านั้น ตามหลักของพระพุทธศาสนากล่าวว่าต้องไปเกิดใหม่ จะไปเกิดที่ไหน หรือเกิดเป็นอะไร ก็ไม่อาจจะรู้ได้ ทั้งนี้หากขึ้นอยู่กับบุญกุศลและบาปกรรมที่ผู้นั้นได้สร้างไว้ หากมีบุญกุศลมากก็จะส่งผลให้เขาได้ไปเกิดในสุขคติภูมิคือภพที่มีความสุขมากเช่นเกิดเป็นเทวดาอยู่สรวงสวรรค์ หรือเกิดเป็นมนุษย์ที่มีความสุข หากมีกรรมชั่วมาก ก็ต้องไปเกิดในที่ทุคติ คือภพที่มีทุกข์มาก เช่นเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เกิดในภพนรก ภพเปรต เป็นต้น สรุปแล้วก็คือต้องไปเกิดใหม่ และเวียนว่ายตายเกิดอยู่อย่างนี้ตลอดไป ไม่รู้จักจบจักสิ้น ยกเว้นบุคคลประเภทเดียวเท่านั้นที่ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิด บุคคลประเภทนั้นคือพระอรหันต์ เพราะท่านได้ตัดกิเลสทั้งปวงได้ ส่วนผู้ที่ยังมีกิเลสทั่วไป ก็เวียนว่ายตายเกิดเรื่อยไป

          

          ถาม : ชาติหน้ามีจริงหรือไม่? ผู้ที่ไม่เชื่อจะมีผลกระทบอย่างไร?

           

        ตอบ : พระพุทธศาสนาสอนเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด เพราะผู้ที่ยังไม่หมดกิเลสคือยังไม่บรรลุพระนิพพาน ก็ต้องตายแล้วเกิดๆ อยู่อย่างนี้เรื่อยไป เมื่อมีการเวียนว่ายตายเกิด ก็ย่อมมีชาติหน้า และชาติก่อนอย่างแน่นอน มีเรื่องราวต่างๆ ที่ปรากฏในพระไตรปิฏกที่แสดงถึงการเวียนว่ายต่ายเกิดอยู่มากมายหลายแห่ง เช่นเรื่องอดีตชาติของพระพุทธเจ้าที่เกิดเป็นบุคคลต่างๆ หรือเกิดเป็นสัตว์ในชาติต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องชาดก ที่กล่าวถึงอดีตชาติของพระพุทธองค์ไว้มากมาย

            หากผู้ที่ไม่เชื่อว่าชาติหน้ามี แล้วประกอบกรรมชั่ว เพราะคิดว่าไม่ต้องได้รับกรรมในชาติหน้า ก็ทำให้เขาได้รับความทุกข์ในปัจจุบันเพราะประกอบกรรมชั่ว และหากตายไป มีชาติหน้าจริง ก็ต้องได้รับกรรมอีก (เรียกว่าเจอสองต่อ) ไม่มีผลดีทั้งปัจจุบันและอนาคต

            หากผู้ที่เชื่อว่าชาติหน้ามีจริง ก็จะทำให้เขามีความระมัดระวัง เกรงกลัวต่อบาปกรรม ไม่กล้าที่จะทำกรรมชั่ว เพราะเกรงกลัวต่อผลในชาติหน้า บุคคลประเภทนี้ย่อมได้เปรียบทั้งสองต่อ คือในชีวิตปัจจุบันเขาก็มีความสุขจากการทำความดี ไม่เดือดร้อนตนเองและผู้อื่น หากตายไปแล้วมีชาติหน้าจริง เขาก็ไม่หวั่น เพราะเตรียมตัวพร้อมมานานแล้ว ก็ได้รับผลของความดีต่อไป

 

ถาม : คนที่เพิ่งตายไป เขาจะต้องกลับมาเก็บรอยเท้า เป็นจริงหรือไม่ / ผู้ถาม : พรรณฑิตา สมญาราษฎร์ ม.5/9 ส่วนบุญโญปภัมภ์ ลำพูน

 

ตอบ : เป็นเพียงความเชื่อพื้นบ้านของทางเหนือ จริงๆ แล้วไม่ได้มาตามเก็บหรอก เพราะถ้าตามเก็บจริงต้องใช้เวลานาน เพราะได้ฝากรอยเท้าเอาไว้ตลอดชีวิตไม่ใช่น้อย เนื่องจากตายแล้วก็ต้องไปเกิดใหม่ตามบุญกรรมที่ได้สร้างมา จึงไม่มีโอกาสมาเก็บรอยมือร้อยเท้าหรอก และอีกอย่างหนึ่งไม่รู้จะเก็บไปทำไม

 

ถาม : การที่เราเห็นวิญญาณของคนที่ตายแล้ว 7 วัน คนเขาบอกว่าวิญญาณนั้นยังไม่หมดห่วงจริงหรือไม่ / ผู้ถาม : อุไรวรรณ บุญยวง ม. 5/9 ส่วนบุญโญปถัมภ์

 

ตอบ : การเห็นนั้นอาจจะไม่จริงก็ได้ ถ้าหากว่าได้เห็นจริง ก็ยังตอบฟันธงไม่ได้หรอกว่าวิญญาณนั้นยังไม่หมดห่วง เพราะอาจจะปรากฏตัวให้เห็นเพื่อต้องการให้ญาติพี่น้องอุทิศส่วนกุศลให้ก็ได้ อีกประการหนึ่ง อาจเป็นเพราะภาพลวงตาก็ได้ เพราะเมื่อจิตปรุงแต่งไว้อย่างไร เมื่อประสบกับสิ่งที่ใกล้เคียงก็มักจะสรุปเอาว่าเป็นสิ่งนั้น

 

ถาม : อยากถามว่า สมมุติถ้าเราตายไปแล้ว ชาติหน้าเราจะเกิดเป็นมนุษย์อีกหรือไม่ / ผู้ถาม : นุชนาฎ ทวีคูณพูนทรัพย์

 

ตอบ : ไม่แน่เสมอไป หากขึ้นอยู่กับกรรมเป็นผู้กำหนด (กรรมคือการกระทำของเรา ทั้งด้านดี และด้านไม่ดี) จะเป็นแรงผลักให้เราเกิดเป็นอะไรต่างๆ แต่ถ้าต้องการเกิดมาเป็นมนุษย์ ท่านบอกว่า (คำสอน) ต้องกระทำความดีทางกาย วาจา และใจ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีศีล 5 เป็นข้อปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ก็สามารถเกิดมาเป็นมนุษย์ได้

 

ถาม : หากชาติหน้ามีจริง ถ้าเราอยากเกิดในฐานะดี มีรูปร่างบุคลิกที่ดี ในชาตินี้เราควรทำบุญอย่างไรบ้าง / ผู้ถาม : กาญจนา แสวงลาภ ปวช. 2/3 วิทยาลัยอาชีวศึกษา เชียงใหม่

 

ตอบ : ชาติหน้ามีจริงแน่นอนโดยไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าอยากเกิดมาในชาติหน้าให้มีรูปร่างหน้าตาดี ควรทำบุญให้ครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1. ให้ทาน บริจาค ทำบุญ เพื่อเป็นประโยชน์แก่พระศาสนา หรือแก่ผู้อื่นที่สมควรให้ 2. รักษาศีลห้าให้สม่ำเสมอ และ 3. เจริญภาวนา ด้วยการมีจิตใจดีงาม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเมตตากรุณา เป็นต้น และสนับสนุกชักชวนผู้อื่นให้ทำความดีด้วย แล้วจะได้เกิดมามีรูปสมบัติ คือลักษณะดี โภคสมบัติ มีทรัพย์สินเงินทอง มีบริวารสมบัติ คือมีมิตรสหาย และผู้สนับสนุนมาก

 

ถาม : ในพระพุทธศาสนาเชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด จึงอยากทราบว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะได้เกิดใหม่เป็นคนต่างชาติหรือคนต่างศาสนา / ผู้ถาม : พิชชา ทองขลิบ ม. 5/3 จักรคำคณาทร ลำพูน

 

ตอบ : เป็นไปได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องสงสัย อย่าว่าแต่เกิดมาเป็นคนต่างชาติเลย เกิดต่างภพก็ได้ เช่นเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เกิดเป็นเทวดา เป็นต้น

 

ถาม : มีคนทรงเจ้าท่านหนึ่งบอกว่า เมื่อตายแล้วเราจะไปอยู่อีกโลกหนึ่ง มีพื้นดิน ภูเขา ทุกอย่างเหมือนโลก ถ้าเราทำบุญไว้เยอะเราก็ได้อยู่บ้านดี ๆ มีทุกสิ่งพร้อมสรรพ และพอญาติเราทำบุญไปให้ทุกอย่างจะมาถึงเรา เช่น เงิน รถ ทีวี มีจริงหรือไม่ / ผู้ถาม : นุชจารีย์ ฉายแก้ว ม.5 ส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน

 

ตอบ : คำถามนี้ต้องตอบ 2 ประเด็น ประเด็นแรก ตายไปแล้วจะได้ไปอยู่โลกที่คนทรงเจ้ากล่าวนั้น ไม่เสมอไป เพราะที่เกิดมีหลายภพภูมิ มีทั้งสิ้น 31 ภูมิ ได้แก่ พรหม 20 ชั้น, เทวดา 6 ชั้น, มนุษย์ 1, อบายภูมิ 4 ได้แก่ นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน ที่ใดที่หนึ่งตามบุญกรรมของตน

ประเด็นที่สอง คือการทำบุญอุทิศให้แก่ผู้ล่วงลับแล้ว จะไม่ได้รับเป็นวัตถุสิ่งของดังที่เราถวายหรอก สิ่งที่ได้รับเป็น "บุญ" หรือ "ผลบุญ" ที่เกิดจากการทำบุญของญาติ และอุทิศบุญนั้นมาให้ บุญทั้งหลายนั้นก็จะประมวลผลรวม ไม่แบ่งแยกประเภทของบุญ

 

ถาม : จริงหรือไม่ที่คนบอกว่าคนที่บริจาคร่างกายหรืออวัยวะต่าง ๆ ให้กับมูลนิธิแล้วชาติหน้าจะเกิดมาเป็นคนพิการ / ผู้ถาม : ฉัตรลัดดา เลิศจิตรการุณ ม.5/9 ส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน

 

ตอบ : ตอบ ไม่จริง เพราะการบริจาคอวัยวะนั้นเป็นการทำบุญ ยิ่งบริจาคก็ยิ่งได้บุญ ส่วนการเกิดมาพิการนั้น เกิดจากสาเหตุหลายประการ ประการแรกเกิดจากความผิดปกติของบิดามารดา ผู้ให้กำเนิด ประการที่สองเป็นความไม่สมบูรณ์อันเกิดจากผลกระทบจากสิ่งต่างๆ เช่น โรค เป็นต้น และอื่นๆ ส่วนอีกประการหนึ่ง เกิดจากอำนาจกรรมเก่าที่เคยทำมา ถ้าหากการบริจาคอวัยวะแล้ว เกิดมาพิการ เพราะตอนเป็นศพนั้น ไม่ครบองค์ประกอบ ถ้าอย่างนั้น คนตายไปแล้วถูกเผา ก็เกิดมาตัวดำกันทุกคนสินะ แต่นี่เป็นเพียงร่างกาย เป็นวัตถุอย่างหนึ่ง ไม่เป็นบุญหรือบาป บุญหรือบาปเกิดจากเจตนาและการกระทำของคนตอนมีชีวิตอยู่เท่านั้น

 

ถาม : เวลาคนเราตายไป วิญญาณเราจะไปที่ไหนหรือว่าดับสูญไปเลย / ผู้ถาม : ฉัตรลัดดา เลิศจิตรการุณ ม.5/9 ส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน

 

ตอบ : ตายไปแล้วต้องไปเกิดใหม่ (ยกเว้นพระอรหันต์ เนื่องจากท่านหมดกิเลสแล้ว) ไม่ได้ดับสูญหายไปไหนหรอก จะต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่เรื่อยไป จนกว่าจะได้บรรลุนิพพาน จึงจะหมดสิ้นการเวียนว่ายตายเกิด ท่านเปรียบว่ากองกระดูกของมนุษย์คนหนึ่งที่ตายเกิดมาหลายภพหลายชาตินั้น ถ้าเอามากองรวมกันยังมากกว่าภูเขาขนาดใหญ่ น้ำตาที่ไหลมาหลายภพหลายชาติของคนๆ หนึ่ง ยังมากกว่าแม่น้ำในมหาสมุทรเสียอีก

 

ถาม : แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าชาตินี้เราทำบุญ แล้วชาติหน้าเราจะได้รับสิ่งที่เราได้ทำไป มีหลักฐานอะไรยีนยัน / ผู้ถาม : สุพรรษา ปัญโญใหญ่ ม.5/9 ส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน

 

ตอบ : หลักฐานที่จะแสดงยืนยันตรงนี้ได้ เพื่อที่จะให้ทราบว่าเราได้รับผลบุญที่เราทำไว้จริงในชาติหน้า จะประจักษ์ได้ก็ต่อเมื่อเราได้เกิดชาติหน้า สิ่งที่เราได้รับในชาติหน้านั้นเป็นผลจากสิ่งที่เราได้ทำผ่านมา หรือจะพิจารณาในปัจจุบันชาติก็ได้ว่า ทำไมคนที่เกิดมามีรูปร่างลักษณะ ผิวพรรณ ลักษณะนิสัย และอื่นๆ ต่างกัน ส่วนหนึ่งก็เกิดจากผลกรรมจากอดีตชาติ แต่การที่ทราบผลกรรมข้ามภพข้ามชาติสำหรับปุถุชนนั้นเป็นสิ่งที่ยาก เพราะเมื่อเกิดใหม่ ก็ไม่อาจจำความเดิมในอดีตชาติได้ว่าได้เคยทำอะไรไว้ แต่สำหรับผู้ได้ญาณที่ระลึกชาติได้ (บุพเพนิวาสานุสติญาณ) เช่นพระพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์ ท่านทราบเหตุการณ์ในอดีตชาติดี

 

ถาม : ทำไมเวลาถ้าผู้ชายตายไปแล้ว เวลาที่เผาให้คว่ำหน้าศพลง ถ้าไม่คว่ำชาติหน้าจะเกิดเป็นกระเทยนั้นจริงหรือไม่ / ผู้ถาม : กลุ่มมิติลี้ลับ ม.6/10 ส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน

 

ตอบ : เพิ่งเคยได้ยินนะเนี่ย ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย แล้วก็ไม่มีทางเป็นไปได้ คนตายแล้ว จะทำอย่างไรก็ได้ เพราะตอนนั้นเป็นเหมือนขอนไม้ จะทำอะไรก็ไม่เกี่ยวข้องกับคนที่ตายแล้ว เพราะเขาก็ไปเกิดแล้ว ทิ้งร่างไว้โดยไม่ความเกี่ยวข้องใดๆ จะให้นอนคว่ำนอนหงายก็ไม่มีผลต่อชาติหน้า

 

ถาม : คนที่ตายไปแล้วจะได้รับสิ่งของที่เราถวายไปให้หรือไม่ / ผู้ถาม : พัชรินทร์ แก้วบุญเรือง ม.3/2 ส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน

 

ตอบ : ไม่ใช่...สิ่งของที่ถวายไม่อาจจะถึงคนที่ตายแล้ว แต่สิ่งที่ผู้ตายแล้วจะพึงได้รับคือผลบุญที่เกิดขึ้นจากการถวายทาน แล้ว เราอุทิศส่วนกุศลนั้นไปหาเขา

 

ถาม : เวลาจะเผาศพทำไมต้องอาบน้ำศพก่อน / ผู้ถาม : พัชรินทร์ แก้วบุญเรือง ม.3/2 ส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน

 

ตอบ : เป็นคติความเชื่อเชิงเปรียบเทียบว่า คนเราเมื่อตายแล้ว ก่อนจะไปสู่โลกหน้า ควรจะให้อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเสียก่อน จะได้ไปด้วยความสะอาดบริสุทธิ์ ซึ่งเปรียบเทียบในเชิงสอนว่า การที่คนเราเกิดมาเป็นคนนั้น ไม่ควรทำความชั่วใดๆ ให้ติดตัวไปในชาติหน้า ก่อนตายควรชำระล้างตนเองให้สะอาดจากบาป คือชำระจิตใจให้หมดจดจากกิเลสนั่นเอง

 

ถาม : การระลึกชาติ ชาติที่แล้วและชาติหน้า ทำได้อย่างไร / ผู้ถาม : พรธิดา แก้วกมล ม. 3 เรยีนาเชลีวิทยาลัย เชียงใหม่

 

ตอบ : การที่จะระลึกชาติได้นั้น จะต้องมีสัญญาเดิม หรือหน่วยความจำเดิมติดตัวมา จึงจะสามารถจำได้ ดังที่เคยมีคนจำความชาติที่แล้วได้ แต่โดยทั่วไปไม่อาจจำความเดิมได้ เพราะได้ถูกลบไปแล้วเมื่อชาติที่แล้ว คงมีแต่พระผู้ได้บรรลุญาณระลึกชาติได้เท่านั้น (ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ) จึงจะจำความได้

 

ถาม : กรรมที่ทำในชาตินี้ ส่งผลถึงชาติหน้าหรือไม่ / ผู้ถาม : .. ณิชาภัทร รัตนวณิช ม.3 โกวิทธำรง เชียงใหม่

 

ตอบ : กรรมที่กระทำมีผลส่งทอดต่อเนื่องกันไปเรื่อย เหมือนลูกโซ่ มีกรรมอดีตที่ส่งผลถึงกรรมปัจจุบัน แล้วกรรมปัจจุบันก็ส่งผลถึงอนาคต แล้วกรรมในอนาคตก็ส่งผลต่อไปในอนาคตต่อไปอีกอย่างไม่มีวันจบสิ้น กรรมที่ว่านี้ เป็นทั้งกรรมด้านดี (กุศลกรรม) และกรรมด้านไม่ดี (อกุศลกรรม) ที่ติดตัวมนุษย์ตลอดเวลา จะหมดกรรมก็ต่อเมื่อบรรลุพระนิพพาน ตัดกิเลสทั้งหมดได้แล้ว

 

ถาม : บทสรุปของคน คือความตายใช่หรือไม่ / ผู้ถาม : ด.. ณิชาภัทร รัตนวิณิช ม.3 โกวิทธำรง เชียงใหม่

 

ตอบ : ไม่ใช่ ความตายไม่ใช่บทสรุปของคน ความตายเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของสิ่งมีชีวิต ชีวิตของคนและสัตว์ไม่ได้จบตรงที่ความตาย เพราะตายแล้วยังต้องเกิดใหม่อยู่เรื่อยๆ ยังไม่มีวันจบสิ้น พระนิพพานต่างหากที่เป็นบทสรุปของชีวิต เพราะเมื่อได้บรรลุพระนิพพานคือหมดกิเลสทั้งปวงแล้วก็ไม่ต้องไปเกิดอีก สิ้นสุดการเกิด และสิ้นสุดความทุกข์ที่ตรงนั้น จึงเป็นบทสรุปสำคัญของสัตว์ทั้งปวง (รวมมนุษย์ด้วย)

 

ถาม : ชาตินี้เป็นมนุษย์ ชาติหน้าจะเกิดเป็นอะไร ขึ้นอยู่กับสิ่งใด / ผู้ถาม : ด.. ณัฐวุฒิ ภู่แสนธนาสาร

 

ตอบ : สามารถเป็นสิ่งต่างๆ ได้ โดยมีกรรม คือกุศลกรรมและ อกุศลกรรมเป็นตัวกำหนดให้เป็นไป มีภูมิให้เลือกอยู่ ๓๑ ภูมิ ที่มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายจะไปเกิด ได้แก่ สวรรค์ชั้นพรหม ๒๐ ชั้น, เทวดา ๖ ชั้น, มนุษย์ ๑ ต่ำกว่ามนุษย์อีก ๔, ได้แก่ ภพสัตว์เดรัจฉาน ภพนรก ภพเปรต และภพอสุรกาย

 

ถาม : จริงหรือที่คนที่ตายแล้ว แต่ไม่ยอมไปเกิดจะมาสิงอยู่ในตัวสัตว์ / ผู้ถาม : ด.. บุญญาภรณ์ แสงสว่าง ม.3 โกวิทธำรง เชียงใหม่

 

ตอบ : คนตายแล้วก็ต้องไปเกิดใหม่ ไม่ได้มาสิงในร่างสัตว์หรอก นอกเสียจากมาเกิดเป็นสัตว์ ดังในพุทธกาลมีพระรูปหนึ่งได้มรณภาพไปแล้วไปเกิดเป็นตัวไร เนื่องจากมีจิตยึดติดอยู่กับผ้าจีวรก่อนมรณภาพ จึงเกิดเป็นไรอยู่ ๗ วัน จากนั้นตายจากไรไปเกิดในสุคติ เพราะจิตเศร้าหมองเพียงเล็กน้อยที่ได้ห่วงหาในจีวรก่อนมรณภาพ แต่ด้วยผลบุญที่ได้บำเพ็ญสมณธรรมมานาน จึงได้ไปเกิดในสุคติภูมิ

 

ถาม : ถ้าคนเรามีจิตผูกพันต่อกันในชาติก่อน ชาตินี้คนที่มีจิตผูกพันกับเราเขาจะมาอยู่กับเราหรือเปล่า / ผู้ถาม : ดญ. บุญญาภรณ์ แสงสว่าง ม.3 โกวิทธำรง เชียงใหม่

 

ตอบ : เป็นไปได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า คนที่เคยทำบุญหรือมีจิตผูกพันกันมาก่อน ชาตินี้สามารถมาอยู่ร่วมกันได้ เช่นเป็นพ่อ เป็นแม่ สามี ภรรยากัน แต่ทั้งสองคนต้องมีบุญที่เสมอกันนะ หรือใกล้เคียงกัน ไม่ใช่ว่าคนหนึ่งมีบุญ แต่อีกคนหนึ่งมีบาป ก็ไม่อาจจะเกิดมาอยู่ด้วยกันได้ แม้จะได้อยู่ด้วยกัน ก็อยู่คนละภาวะกัน เช่นคนหนึ่งเป็นสัตว์ แค่อีกคนหนึ่งเป็นมนุษย์เป็นต้น ดังที่เคยเป็นข่าว เด็กหญิงอยู่กับงูเหลือมมาเป็นเวลาหลายปี มีความผูกพันกันมาก อาจเป็นเพราะมีจิตผูกพันกันแต่ชาติปางก่อน เรียกว่า บุพเพสันนิวาส แล้วได้มาพบกันในชาตินี้ แต่เนื่องจากบุญไม่เท่ากัน จึงมีสภาพแตกต่างกัน

 

ถาม : การฟังเทศน์พระเวสสันดรครบทุกกัณฑ์ มีผลทำให้ไปเกิดร่วมยุคพระศรีอาริย์ได้จริงหรือไม่ / ผู้ถาม : สิริภรณ์ ชวนประเสริฐ ม. 4/1 เรยีนาเชลีวิทยาลัย เชียงใหม่

 

ตอบ : เป็นความเชื่อที่ถือกันมาในหมู่ชาวพุทธไทย ถ้าพระศรีอาริย์อุบัติขึ้นจริงในอนาคต ผู้ที่จะได้เกิดร่วมสมัยและได้รับฟังธรรมจนบรรลุนิพพานนั้น ก็จะต้องมีการสั่งสมบุญบารมีมามากพอสมควร ซึ่งการสะสมบารมีนั้นก็สามารถทำได้อย่างหลากหลาย ไม่เฉพาะแต่การฟังเทศน์มหาชาติเรื่องพระเวสสันดรเท่านั้น แต่ความเชื่อดังกล่าว อาจจะถือว่าพระเวสสันดรบำเพ็บบารมีชาติสุดท้ายก่อนที่จะบรรลุเป็นพระพุทธเจ้าในชาติต่อมา ซึ่งผู้ฟังธรรมสามารถดำเนินรอยตามการบำเพ็ญบารมีของพระเวสสันดร จนอาจเป็นปัจจัยให้ได้บรรลุธรรมในยุคของพระศรีอาริย์ก็ได้ (พระศรีอริยเมตตรัย) ก็มีทางเป็นไปได้เช่นกัน แต่ก็ไม่แน่เสมอไป เพราะต้องสะสมบารมีอีกหลายประการ มิใช่เพียงฟังธรรมเท่านั้น การฟังธรรมเป็นแนวทางให้เราปฏิบัติตาม เพื่อที่จะได้บรรลุเป้าหมายในอนาคต

 

ถาม : การที่เราได้ไปสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่เคยไปมาก่อน แต่เหมือนกับรู้สึกคุ้นเคยมานานนั้น หมายความว่าอย่างไร / ผู้ถาม : ชูกากานต์ ไชยคันธะ ม. 6 ลำปางกัลยาณี ลำปาง

 

ตอบ : หากเป็นจริง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคนเราเกิดชาติแล้วชาติเล่า ที่เราเห็นในชาตินี้ อาจเป็นที่ๆ เรารู้จักดีในอดีตชาติก็ได้ เพียงแต่สัญญา คือความจำของเราไม่อาจจะจำได้หมด เพียงลางๆ ถ้าหากคนที่มีความจำแต่อดีตติดตัวมามากก็จะจำได้ดี มีคำกล่าวในพุทธศาสนาว่า "คนที่เกิดมาทุกวันนี้ ไม่เคยเป็นญาติพี่น้องกันนั้น ไม่มี หมายความว่า ทุกคนเคยเกิดเป็นญาติพี่น้องกันมาแล้วทั้งสิ้น เพราะเราเวียนว่ายตายเกิดเป็นจำนวน  10000000000000000000000000000000000000000000000ๆๆ ล้านชาติ (นี่ยังน้อยไป) เพราะการเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จักจบ นอกจากการหมดกิเลสเท่านั้น

 

ถาม : ถ้าเราต้องการจะไปอยู่กับพ่อแม่และคนที่เรารักตลอดทุกชาติไป เราควรทำอย่างไร / ผู้ถาม : ทัศนีย์ วิจารณ์ ม. 6/4 ลำปางกัลยาณี ลำปาง

 

ตอบ : ไม่มีทางเป็นไปได้ ที่เรากับญาติพี่น้องในชาตินี้จะได้อยู่ด้วยกันทุกๆ ชาติไป เพราะการเวียนว่ายตายเกิดนั้นมันยาวนาน ท่านกล่าวไว้ในคัมภีร์พระพุทธศาสนาว่า คนเราล้วนเคยเป็นญาติกันมาแล้วทั้งสิ้น เพราะเราเกิดๆ ตายๆ ไม่รู้กี่แสน กี่ล้านชาติแล้ว บุคคลที่เป็นพ่อแม่ หรือญาติของเราในชาตินี้ อาจจะไปเกิดเป็นพ่อแม่ ของคนอื่นก็ได้ หรือเกิดมาเป็นพ่อแม่ของเราอีกก็ได้เช่นกัน ไม่มีความแน่นอนหรอก

 

ถาม : ความเชื่อที่ว่า เมื่อมีคนตายโหงตรงบริเวณนั้น ก็จะมีคนอื่นมาตายแทนที่นั้น ผีตัวเดิมที่ตายนั้นจึงจะได้ไปเกิดจิรงหรือไม่ / ผู้ถาม : เอนก ปัญญาชิด ม. 6/2 ฝางชนูปถัมภ์ เชียงใหม่

 

ตอบ : ไม่จริง จะตายโหงหรือไม่โหงก็ตาม ไม่มีสิทธิ์มาเฝ้าบริเวณที่ใดที่หนึ่ง เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมาเฝ้าให้เสียเวลา และสถานที่ตายโหงนั้นก็ไม่มีสิ่งอะไรที่น่าเฝ้า ตามหลักของพุทธศาสนาสอนว่า คนที่ตายจากภพหนึ่งแล้วก็ต้องไปเกิดในภพใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นภพเดิมก็ได้ แต่ต้องเกิดใหม่ ที่กล่าวกันว่าต้องเฝ้าที่ตายนั้น เป็นเพียงความเชื่อเท่านั้น

 

ถาม : จริงหรือที่ว่า เมื่อตายไปแล้วจะได้ไปเกิดใหม่เป็นมนุษย์หรือเดียรัจฉานต่างๆ แล้วปัจจุบันประชากรมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และสัตว์ที่เป็นมนุษย์เลี้ยงเพื่อเศรษฐกิจก็เพิ่มขึ้นมากมายนั้นมาจากไหน เพราะในอดีตก็มีประชากรน้อย ไม่น่าจะมีวิญญาณมากมายถึงกับเกิดมาเป็นมนุษย์ในปัจจุบันได้ / ผู้ถาม : พัชริยา สันกว๊าน ม. 5/7 พะเยาพิทยาคม พะเยา

 

ตอบ : ตอบ ต้องเกิดใหม่แน่นอน ถ้าหากยังไม่หมดกิเลส การที่จำนวนมนุษย์และสัตว์เพิ่มขึ้นนั้น ก็เป็นการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์โลกที่หมุนเวียนตายๆ เกิดๆ อยู่ตลอด สัตว์ที่เวียนว่ายตายเกิด มิได้มีเฉพาะมนุษย์เท่านั้น สัตว์ทุกประเภทก็ต้องเป็นเช่นกัน ทั้งสัตว์น้ำ สัตว์บกที่มีจำนวนมหาศาลในโลกนี้ นอกจากนั้น ยังมีสัตว์โลกที่อาศัยอยู่โนภพอื่นที่สามารถมาเกิดเป็นมนุษย์และสัตว์ได้เช่นกัน เช่น เทวดา พรหม เปรต เป็นต้น จึงไม่ใช่การเวียนว่ายตายเกิดเฉพาะคนและสัตว์เท่านั้น

 

ถาม : ถ้าเพื่อนเราตายไปแล้ว เขาจะไปอยู่ไหน เขายังนึกถึงเราหรือเปล่า / ผู้ถาม : เอกราช แลวฤทธิ์ ม. 5/7 พะเยาพิทยาคม พะเยา

 

ตอบ : เขาก็ต้องไปเกิดใหม่ในภพที่บุญกรรมเขาพาไป เขาไม่ได้นึกถึงเราอีกแล้ว เพราะสัญญาหรือความจำเดิมถูกลบจากเมมโมรี่เรียบร้อย เขาก็ต้องไปสะสมหน่วยความจำในภพใหม่ จึงไม่ต้องคิดพะวงหาหรืออาลัยหาหรอก เราได้มีโอกาสได้พบเพื่อนของเราอยู่แล้ว ในภพต่อๆ ไป ไม่ภพใดก็ภพหนึ่ง แต่จะพบกันแบบไม่มีความจำเดิมเหลืออยู่เลย

 

ถาม : ชีวิตชาติหน้ามีจริงหรือไม่ มนุษย์ สิ่งมีชีวิต ตายแล้วทำไมไม่สลายไปจากภพ ทำไมต้องเกิดใหม่ / ผู้ถาม : ศิรินทิพย์ มณีกิจ ม. 6/13 สามัคคีวิทยาคม เชียงราย

 

ตอบ : ชาติหน้ามีจริง สำหรับผู้ที่ไม่หมดกิเลสต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ตลอดไป เนื่องจากเป็นวนเวียนของกรรม คือการกระทำ อันเกิดจากกิเลส ที่ก่อให้เกิดมีการกระทำที่เป็นอกุศล เมื่อทำกรรมแล้ว ก็ทำให้รับผลของกรรม การที่จะได้รับผลของกรรมนั้น มีทั้งปัจจุบัน และในอนาคตชาติ จึงเป็นเหตุให้เกิดใหม่อยู่ตลอดไป ในทัศนะของพระพุทธศาสนาถือว่าการเกิดเป็นที่มาของความทุกข์ จึงสอนให้มนุษย์เข้าถึงเป้าหมายสูงสุดคือการบรรลุนิพพาน อันเป็นการหมดสิ้นกิเลส ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป

 

ถาม : คนเราตายแล้วจะได้เกิดคนละกี่ชาติ จริงหรือที่ว่าจะต้องเกิดมาบนโลกนี้จนกว่าจะบรรลุอรหันต์ / ผู้ถาม : เบญจวรรณ คมอ่อน ม.3/4 ยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่

 

ตอบ : ใช่เลย คนเราเกิดมาแล้วก็ต้องตาย ตายแล้วก็ต้องเกิดใหม่อยู่อย่างนี้ ไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ ที่ผ่านมา แต่ละคนก็เกิดนับครั้งชาติไม่ถ้วนอยู่แล้ว และจะต้องเกิดต่อไปอีกไม่มีกำหนด จะสิ้นสุดการเกิดก็ต่อเมื่อการบรรลุนิพพาน อันเป็นการหมดสิ้นกิเลสทุกอย่าง เมื่อนั้น ก็ไม่ต้องเกิดให้เป็นทุกข์อีก

 

ถาม : หากเกิดในชาติหน้า หน้าตาจะเหมือนเดิมหรือเปล่า จะได้เกิดมามีพ่อแม่ มีญาติพี่น้อง มีเพื่อน คนเดิมหรือเปล่า / ผู้ถาม : เบญจวรรณ คมอ่อน ม.3/4 ยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่

 

ตอบ : ไม่เหมือนแน่นอน และก็ไม่แน่ว่าจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์หรือเปล่า และก็ไม่ได้อยู่กับญาติพี่น้องคนเดิมหรอก ญาติพี่น้องเรามีอยู่เต็มโลก ก็ต้องสลับสับเปลี่ยนกันไป แต่ก็อาจจะได้พบกับญาติปัจจุบันบ้างคนสองคน แต่ไม่ทุกชาติไป

 

*******************************************

edit @ 30 Jul 2008 01:37:16 by DhammaWorld

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณที่นำบทความมาให้อ่านนะครับ

อ่านแล้วจะได้เตือนสติตัวเอง ^^
ถ้าเป็นคนกินเนื้อสัตว์เป็นอาหารอยู่เป็นนิจ เป็นการบาป เเล้วเราควรกินเจใช่หรือไม่
เเล้วการกินเจซึ่งเป็นการกินพื๙ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเช่นกันจะบาปหรือไม่ เพราะถือว่าเป็นการตัดชีวิตเช่นกัน
เเล้วถ้าบาปคนที่เป็นมนุษย็ควรดำรงชีวิตอย่างไร ต้องกินอะไร

#2 By ชินเวคิน วิเศษชัย (161.200.255.162) on 2008-08-25 14:31

แล้ว ผีล่ะ ??? ทำไมไม่ไปเกิดใหม่อ่ะคะ

#3 By J`dEar on 2008-12-27 01:24